Janejit's profileゆう : I would like to say...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
April 29 เกือบ 1 ปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก เบื่อๆ เซ็งๆ เลยนั่งอ่าน space เพื่อนไปเรื่อย แล้วก็นึกได้ว่า ทิ้ง space ตัวเองให้ร้างมาเกือบปี เพราะมัวแต่ไปสนใจอยู่กับมัลติพลาย บ้าถ่ายรูป บ้าอัพรูป เหอๆ แล้วก็เลยไปเขียนบล็อกอยู่ในมัลติพลายแทน แถมท้ายด้วยการ กลับมาบ้า Hi5 นั่งเลี้ยงแพนด้าอยู่อย่างนั้นทุกวัน บ้ามากมาย เวลาแต่ละปีผ่านไปเร็วโคดๆ เริ่มรู้สึกตัวว่ากลับมาเป็นโรคเสพติด Internet อีกครั้ง หลังจากเคยเป็นเมื่อตอนเรียนอยู่ปี 4 เล่นได้ เล่นดี จนไม่เป็นอันทำโปรเจคท์และอ่านหนังสือสอบ แต่พอเริ่มทำงานใหม่ๆ เนตยังเต่า adsl เพิ่งเริ่มเข้ามา ยังไม่ฮิตติดลมบน กับงานที่ดูดพลังงานมากมายในแต่ละวัน กลับบ้านเลยไม่ค่อยได้เล่น หลังจาก adsl มาแรงแซงโค้งจนเข้าวิน ติดกันจนทั่วบ้านทั่วเมือง ประกอบกับเริ่มมีความรู้พอกพูน จนได้ wireless มาติดบ้าน เลยกลับมาติดเนทอีกรอบจนได้ วันๆ อยู่ออฟฟิศ ก็ใช้คอมมากมาย กลับบ้านยังไม่วายเปิดมาเล่นเนท สรุปแล้ว วันๆนึง อยู่กัับคอม มากกว่าอยู่กะคน แล้วชีวิตนี้ จะหาทางออกจากวังวนนี้ได้มะเนี่ย June 01 กลับมาทำความสะอาดบ้านกลับมาปัดกวาดเช็ดถูบ้านนี้ซะหน่อย หลังจากทิ้งร้างไว้สี่-ห้าเดือน
ไม่ได้แวะมาดูแล ทำความสะอาดเท่าไหร่เลย (ไม่ได้มีเรื่องมาบ่น) 555
วันนี้ ก็จะไม่บ่น (หรือป่าวว้า)
งานยุ่งๆ อีกตามเคย โชคดีที่ว่า งานไหลมาเทมา หลังจากเรียนจบแล้ว
มีเวลาให้กับงานได้อย่างเต็มที่
แต่พอไม่มีเรียน ชีวิตเหมือนขาดอะไรไปซักอย่าง
เสาร์-อาทิตย์ มันเหงาๆ ไม่มีไรทำ นอกจากปั่นงาน
ไม่ได้เจอะเจอ เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ นอกจากทักทายกันผ่านหน้าจอสี่เหลี่ยมทุกๆวัน
และแล้วก้อได้ฤกษ์เปลี่ยน theme ใหม่ซะทีดีกว่า
ใช้มานานแล้ว theme นี้อะ เหอๆๆ January 30 อัพเดทชีวิตไม่ได้มาอัพซะนาน เพราะมัวแต่ไปหลงอยู่กับของเล่นใหม่ อัพแต่อันนั้น (เน้นอัพรูปและเพลง)
ทิ้งร้างที่ว่างแห่งนี้ไปเดือนกว่าๆ เกือบจะสองเดือน
ปีใหม่ผ่านไป สิ่งดีๆ ไหลมาเทมา สิ่งไม่ดี ก็ติดมาบ้าง แต่ปล่อยวาง ช่างมันดีกว่า
ช่วงนี้ งานประจำที่ทำ >> ดี ถึงดีมากๆ ชอบๆ สนุก ท้าทาย ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ มากมาย ฝึกปรือฝีมือ เพื่ออนาคต
เรื่องเรียน >> ทำไมขี้เกียจได้ขนาดนี้ เรื่อยเปื่อยมากมาย ความกระตือรือร้น หายไปไหนหมดไม่รุ้
สภาพร่างกาย >> เป็นหมีแพนด้า เข้าไปทุกวันๆ หมีแพนด้าขี้โรคอีกตะหาก เป็นได้สารพัดโรคเลย
ส่วนหัวใจ>> ทำงานไม่ปกติเท่าไหร่ เด๋วอ่อนล้า เด๋วแข็งแรง
เหมือนจะเข้ามาบ่นอีกตามเคย ไร้สาระได้ที่ ทั้งที่มีงานกองท่วมหัว รอให้สะสาง
เหนื่อยใจ ในบางวัน ที่ผ่านมา รอสักพัก แล้วจะกลับไปเหมือนเดิม
December 07 1 สิ่งที่ตั้งใจจากนี้ไป จะเลิกบ่น ในหลายๆเรื่อง ไม่ว่าจะเหนื่อย เซ็ง ไม่พอใจแค่ไหนก็ตาม
แต่จะเปลี่ยนมาเป็นการ Manage เวลาของตัวเอง ให้สามารถรองรับกับสถานการณ์ ที่มันไม่มีอะไรแน่นอนได้เลยสักอย่าง
มันคงจะดีกว่า เก็บเรื่องไม่เป็นเรื่องเหล่านั้นมาเป็นอารมณ์ให้ตัวเองแย่
สู้จัดการ ให้มันลงตัว เหนื่อยตัวเองคนเดียว แต่ก็แค่เหนื่อยกาย คงไม่เหนื่อยใจเท่าไหร่
เตือนตัวเองเอาไว้ การทำงานมันก็เป็นแบบนี้แหละ เอาแน่นอนอะไรไม่ได้
และจะหวังให้ทุกอย่างเป็นดั่งใจ ก็ไม่ได้อีกเช่นกัน November 24 ลอยกระทง.....คนเดียวปีนี้ไม่มีเพื่อนๆ มาลอยกระทงด้วย เหมือนปีที่ผ่านๆมา
เลยเปรี้ยว ไปเดินคนเดียวอยู่ที่จุฬา มองซ้ายมองขวา มากันเป็นคู่
ไม่งั้นก็เป็นกลุ่มใหญ่ๆ คนตัวคนเดียวอย่างเรา ก็เดินเตร็ดเตร่เรื่อยไป
เลยรีบไปลอยกระทง นั่งมองดูกระทงในสระไปเรื่อยเปื่อย
ดูได้สักพัก ไม่ไหวว่ะ ง่วง ตาจาปิด เลยกลับบ้าน
ทิ้งไอ้ตัวเล็ก ให้อยู่ขายกระทงกับเพื่อนๆมันไป
โทษฐานปล่อยพี่สาว ไปเดินเหงาอยู่คนเดียว October 20 งานหนังสือวันนี้ ได้ฤกษ์ เอาตังค์ไปละลาย กับงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 12
วางแผนล่วงหน้าเป็นอย่างดี ไปอาทิตย์นี้ ถ้าได้หนังสือไม่ครบ ยังไปหาได้อีกวันหลัง
11 โมงเช้า เริ่มออกเดินทางจากบ้าน 15 นาที ถึงศูนย์สิริกิติ์ฯ
ขับรถ วนหาที่จอด กว่าจะมีที่ให้จอด ก็สุดทาง โรงงานยาสูบ
โชคยังดี ที่เค้ามีบริการรถรับส่ง ก็สองแถวแดง คันใหญ่ๆ ที่วิ่งแถวบ้านน่ะแหละ
จอดรถปุ๊บ ก็วิ่งไปขึ้นรถสองแถว แป๊บเดียวก็ถึงปลายทาง ประตูทางเข้าศูนย์ฯ
ลงจากรถสองแถว เดินฝ่าไอแดด และความร้อนเข้าไป
ทางที่เดินเข้าไป เป็นโซนร้านอาหาร ที่มีบริการ ผ่านไปแล้วก็หิว
แต่ก็เลี้ยวเข้า auditoriom เข้าไปดูหนังสือก่อน
เริ่มเดินวน จากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง จนครบเกือบทั้ง Hall
ได้หนังสือมาหลายถุง หมดไปพอสมควร
แต่ยังไม่ได้ซื้อที่เป็นไฮไลท์ คือ นิยายแจ่มใส ที่ขาดไม่ได้แม้แต่ครั้งเดียว
แต่ว่า เริ่มหมดแรง เริ่มหิว เวลาก็ล่วงเลยเข้าไปบ่ายสอง
เลยตัดสินใจไปหาอะไร ใส่ท้องเพิ่มพลัง ก่อนจะไปลุยต่อ
จากเดิม ตั้งใจไว้ ว่าคงพอแค่นี้ เพราะหมดแรง
แต่พอกินเสร็จ ก็คิดได้ว่า ไหนๆก็มาแล้ว เดินให้หมด ซื้อให้ครบที่ตั้งใจไปเลย
วันหยุดที่เหลือ จะได้ไปทำอย่างอื่นได้บ้าง
ก็เลยสรุปกันตรงที่ เอาหนังสือที่ได้มา ไปเก็บที่รถ แล้วกลับมาเดินอีกรอบ
คราวนี้ มีเพื่อนน้องมาเดินด้วย ก็เลยปล่อยน้องไปกะเพื่อน
ตัวเราก็ลุยเดี่ยว จุดมุ่งหมาย คือบูทแจ่มใส ที่คราวนี้ใหญ่กว่าคราวที่แล้วเยอะมาก
หลังจากเช็ครายชื่อหนังสือที่ต้องการเรียบร้อย ก็ส่งใบสั่งเข้าไป รอแป๊บเดียวก็ได้หนังสือมา
คราวนี้ รอไม่นาน คนก็ไม่เบียดเท่าไหร่ อาจเป็นเพราะ เป็นช่วงวันหยุดยาวกลายๆ
คนเลยหายไปเที่ยวต่างจังหวัดกันเยอะ เลยมางานหนังสือไม่มาก ถือว่าโชคดีไป
ได้หนังสือแล้ว ก็ไปแลกของสมนาคุณ แล้วก็ลุยต่อ แต่ไม่รู้จะซื้ออะไรแล้ว
เลยเดินไปบูท green read ไปเอาปกห่อหนังสือ (แจกฟรี)
แล้วเลยไปนั่งเล่นอยู่หน้า ห้องจัดกิจกรรมของแจ่มใส ไปเอาที่คั่นหนังสือ ที่เค้าแจก
แล้วก็กลับไปนั่งรอน้อง อยู่หน้าเซเว่น ก่อนจะได้เวลากลับบ้าน ตอน 5 โมงเย็น
พร้อมกะความเหนื่อย เมื่อย เพลีย สุดๆ และกระเป๋าตังค์ ที่เบาขึ้นอย่างมากมาย
งานหนังสือคราวนี้ ยังมีหนังสือที่ยังไม่ได้อีกสองเล่ม เพราะว่าหนังสือหมด
แต่ว่าแค่นี้ ก็หมดตังค์ไปเยอะทีเดียว แม้จะยังไม่ถึงงบที่ตั้งไว้
ก็เหลือ เอาไว้ ใช้อย่างอื่นบ้าง เดือนนี้ เป็นเดือนแห่งการใช้ตังค์จริงๆ October 07 ทำบุญ ทำทานหลังจากขับรถไปทับน้องหมา เมื่อคราวไปบ้านพี่ต้อย
ก็ยังไม่ได้ไปทำบุญให้มันเลย (ถึงมันจะไม่ตายก็เหอะ)
วันนี้ ฤกษ์ดี ก็เลยตื่นไปใส่บาตร พร้อมกะน้องสาว
ที่ถูกเราแซะจากเตียงไปด้วยกัน ตั้งแต่ตีห้า สิบห้า
ด้วยความที่ว่า แต่ละปี จะใส่บาตรกัน ก็ตอนวันเกิด
เลยไม่ค่อยแน่ใจ เวลา ว่าพระท่านจะออกมาบิณฑบาตรกี่โมงกันแน่
จำได้คร่าวๆ ว่า ประมาณตีห้า เลยออกไปแต่เช้ามืดเลย
ไปถึงตลาด แม่ค้า เพิ่งจะตั้งแผงขายกันไม่กี่เจ้า
พระท่านก็ยังไม่ออกมา ถามได้ความว่า กว่าพระจะมา ก็เกือบๆ หกโมง
เลยเดินเข้า 7-11 หาไรกิน แก้ง่วง ได้โออิชิมาหนึ่งกล่อง
ออกมาจากเซเว่น เดินไปหาน้องที่ร้านผลไม้
หลังจากน้องสั่งให้แม่ค้า จัดเตรียม ข้าวและกับ แยกชุดไว้สำหรับใส่บาตร
มันก็เดินไปซื้อแอปเปิ้ล ไว้ใส่บาตรด้วย พอเราเดินไปหา มันหันมาถามว่า จะใส่แอปเปิ้ลด้วยมั้ย
ด้วยความที่ว่ายังไม่ตื่นดี เลยบอกมันไปว่า ก็เอาดิ แล้วก็ยืนรอ พอแม่ค้าจัดเสร็จชุดนึง ก็ส่งมาให้ถือไว้
แล้วกะลังจะลงมือจัดอีกชุด เลยได้สติ ถามน้องไปว่า ตกลงซื้อเท่าไหร่
มันก็ทำหน้างงๆ บอกว่า ก็ไม่ใช่คนละ เก้าชุดหรอ เลยบอกไปว่า ช่วยกันใส่ก็ได้ เก้าชุดเนี่ย
เพราะว่า พระไม่ได้เยอะขนาดนั้น ปีที่ผ่านๆมา ก็ช่วยๆ กันใส่แค่เก้าชุด
ได้แล้ว ก็เดินไปรอริมฟุตบาท รอไปรอมา ก็เดินเข้าเซเว่นกันอีก
คราวนี้ น้องมันเข้าไปซื้อกาแฟ เราก็ไม่รู้จะทำไร เดินตามเข้าไปเฉยๆ ไปตากแอร์
แล้วก็ดูของไปเรื่อยเปื่อย จนมันกินกาแฟเสร็จ ก็ออกมาอีกรอบ
แล้วก็นึกได้ว่า ของที่จะใส่บาตร ยังไม่มีน้ำ เลยวิ่งเข้าไปซื้อนม มาใส่
สรุป เลยเดิน เข้าๆ ออกๆ เซเว่น ไปซะหลายรอบ
ซื้อนมเสร็จ ออกมา พระเริ่มทยอยกันออกมาพอดี
ก็เลยรีบจัดของเป็นชุด เตรียมใส่บาตร
ไม่นาน ก็ใส่เสร็จเรียบร้อย เป็นการทำบุญวันเกิด ล่วงหน้าหนึ่งวัน
เพราะกลัวว่าวันพรุ่งนี้ จะฉุกละหุก เกินไป และเหตุผลสำคัญคือ อาจไม่ตื่นได้
อีกอย่าง ทำบุญไว้ก่อน วันพรุ่งนี้ ชีวิตจะได้เจอแต่สิ่งดีๆ ราบรื่นตลอดทั้งวัน หุหุ September 19 เกรดออกแล้วเว้ยยยยเกรดเทอมนี้ได้เกินความคาดหวัง
ตอนต้นเทอม คุยกะบูรณ์ ถามมาคร่าวๆ ว่าอาจารย์ตัดเกรดโหดมั้ย
หลังจากได้คำตอบแล้ว ก็มาวางแผนการเรียนของตัวเอง
แบบว่าอยากทำได้ม่าง และแล้ววันนี้ ก็มารอลุ้นผล
จากที่มีคนอวยพร พร้อมกับคำท้าหนึ่งข้อ
แล้วก็ดันตกปากรับคำไปซะด้วย เพราะไม่คิดว่าจะได้
เนื่องจากตอนสอบเสร็จ รู้สึกว่า ไม่น่ามีหวัง
แต่แล้ว ผลที่ได้คือ ได้กระดาษมาหนึ่งใบ
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
v
Double A ไง อิอิ
แถมผ่าน Workshop อีกตะหาก
เทอมหน้า คงต้องตั้งใจเรียนแบบเทอมนี้
เกรดจะได้เป็นดั่งใจนึกอีก หุหุ
September 02 ปิดเทอมแล้วในที่สุด หลังจากสอบไปสองอาทิตย์ (สองเสาร์)
และก็พรีเซนท์งานอีกหนึ่งงานจบไปวันนี้
ตอนนี้ ก็เรียกได้ว่า ปิดเทอม อย่างเต็มคราบ
ปิดเทอมคราวนี้ ยาวนาน สองเดือนเด็มๆ
มีแพลนไปเที่ยวเยอะไปหมด แต่ไม่รู้จะได้ไปแค่ไหน
ขึ้นอยู่กับ ปริมาณ "เงิน" ที่เอื้ออำนวยล่ะนะ หุหุ July 27 ...ภาคต่อจาก บล็อกคราวที่แล้ว.....
จุดเริ่มต้นของการเขียนบล็อก หรือไดอารี ออนไลน์ มันเริ่มตั้งแต่ตอนเข้ามหาวิทยาลัย ปี 1
ไปเห็นเพื่อนๆ เค้าเขียนกัน เลยเอากะเค้าบ้าง (สรุปแล้วเป็นพวกชอบตามกระแสนั่นเอง)
เริ่มต้นเขียนบล็อกที่แล้ว จากไดอารีของ catcha (ใช่ป่าวหว่า??)
ที่ตอนหลังเปลี่ยนมาเป็นของ mweb (รึป่าว) และก็มารวมเข้ากับ sanook ทุกวันนี้
ตอนนั้น เขียนไปเรื่อยเปื่อย ตามอารมณ์ ของคนที่บ้าอินเตอร์เน็ต (แต่ยังไม่รู้จักโปรแกรมพวก IM)
เขียนได้ประมาณ 2 ปี จนมาช่วงที่เค้าเปลี่ยนมาเป็นของ sanook ตอนนั้นไม่ค่อยได้อัพเดท
เลยตกข่าวไป ไม่รู้ว่าเค้าจะย้ายข้อมูลไปที่ sanook เลยไม่ได้แจ้งเก็บล็อกอินไว้
ไดอารีออนไลน์อันแรก เลยล่องลอยหายไปกับสายลม
หลังจากนั้น ก็เลยไปใช้ของ diaryhub ซึ่งก็ใช้ตามเพื่อนอีกนั่นแหละ
เขียน อัพ อ่านของชาวบ้าน จนมันเกิดเหตุให้ต้องปิดตัวไปชั่วคราว
รวมเวลาก็ประมาณ 2 ปีได้ ที่เขียนเรื่องราวต่างๆไว้ บน di-hub
ช่วงเวลาก่อนที่ ไดฮับจะเริ่มมีปัญหา ก็มี MSN Space พอดี
เลยมาทำสเปซด้วยซะเลย แล้วก็อัพไดกะสเปซไปคู่กัน
จนวันที่ไดฮับ มีปัญหาปิดตัวเองไปช่วงหนึ่ง ก็เลยได้ใช้แต่สเปซเนี่ยแหละ
แล้วช่วงนั้น ก็บ้าตกแต่งสเปซอยู่พักใหญ่ทีเดียว
เวลาผ่านไป ไดฮับคืนชีพ แต่ด้วยความที่มีสเปซถึง 2 แห่ง
และรูปโฉมใหม่ไม่โดนใจเท่าไหร่ เลยทิ้งร้างไดฮับมันไว้อย่างนั้น
จนบัดนี้ ล็อกอินยังคงอยู่ แต่ไม่เคยกลับไปทำอะไรกับมันซะที
ถึงตอนนี้ ก็มีบล็อกเพิ่มอีกหนึ่งอัน ด้วยความจำใจ (ไม่ได้ตั้งใจให้มันมีจริงๆ นี่นา)
"ความขี้เกียจ" ยังคงมีอยู่อย่างท่วมท้น บล็อกนั้น จึงเกือบจะว่างเปล่า
มีแค่ตารางเวลา ที่ไปอัพทิ้งไว้อย่างนั้น กับ Contact List ที่ไป Add ชาวบ้านเค้ามาให้มันดูไม่โล่งจนเกินไป
วันนี้ เปิดไปดูบล็อกของคนอื่นๆเค้า มีอะไรมากมายให้เห็น แล้วกระตุ้นให้อยากเริ่มทำบ้าง
แต่ติดขัดตรงที่ ส่วนที่อยากทำ ก็ทำไม่เป็น ลองแล้วไม่เวิร์ค
รูปต่างๆ ที่มีอยู่มากมาย เปิดดูไปเรื่อยๆ แล้วก็ยังขี้เกียจอยู่ เลยไม่ทำซะงั้น
สรุปสุดท้าย ก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้น รอเวลาที่จะไม่ขี้เกียจ ค่อยไปทำให้มันดูดีมีชาติตระกูลก็แล้วกัน July 10 One more siteมี site เป็นของตัวเองเพิ่มมาอีกหนึ่งแล้วสิ
จะทำไรกับมันดีนะ ที่แน่ๆ คงเอาไว้อัพรูปได้ และคงดีกว่าสเปซที่นี่
แต่ส่วนของ Blog Diary อันนี้คิดหนัก
ปัจจุบัน มีที่อัพหลักๆ ก็สองอันเข้าไปแล้ว
อัพสลับกันไป เดือนละครั้งสองครั้ง แล้วแต่อารมณ์พาไป
==============================================
ที่มาของ site ใหม่นี้ เริ่มมาจากว่า ได้รับ invite
ชักชวนให้เข้าสู่วังวนของสังคมออนไลน์แห่งหนึ่ง ที่เน้นเรื่องการอัพรูป
ได้รับ invite มา ก็แอบสงสัยในใจ ว่าใคร invite ตรูหว่า
เลยพยายาม เสาะหา สืบหา จนแล้ว จนรอด สามอาทิตย์ผ่านไป ก็ยังไม่รู้อยู่ดี
เข้าสู่สัปดาห์ที่สี่ มีเหตุให้ต้องสมัครเป็นสมาชิกจนได้
เนื่องจากต้องการเข้าไปลงชื่อ ในสมุดเยี่ยมชมที่เวบส่วนตัวของพี่ชายคนนึง
ประจวบเหมาะกับมี invite มารอบสอง พร้อมๆกับรายชื่อ ผู้คนในวังวนของคนที่ invite มา
เลยทำให้ได้รู้ว่า บุคคลลึกลับ นั้นคือใคร และทำให้ตัดสินใจรับ invite ได้ไม่ยากเย็น
สมัครเรียบร้อย ก็มานั่งไตร่ตรองดู เฉพาะ blog-space ที่ active อยู่ปัจจุบันก็ 2 spaces
มี diaryhub ที่เคยล่มไป แล้วไปตามกู้ชีพ กลับมาได้แค่ล็อกอินอีกหนึ่ง
เคยตั้งใจว่าจะกลับไปอัพมันเหมือนเคย แต่จนแล้ว จนรอด ก็ทิ้งร้างมันไว้อย่างงั้น
อัพเดทไปครั้งเดียว แล้วก็ตามไปลบทิ้ง หลังจากนั้นไม่นาน แต่ล็อกอินยังคงอยู่ถึงปัจจุบัน
===================================================
จะว่าไปแล้ว diaryhub ก็เป็น diary online ที่ใช้งานมันเยอะพอสมควร
เมื่อครั้งก่อนที่มันจะล่ม ชอบ feature ที่สามารถอัพเดทย้อนหลังได้ ดังใจชอบ
ซึ่งมันก็คงเหมือนกันกับ diary online ที่อื่นๆ ล่ะนะ
แต่มันต่างกับการอัพสเปซ เพราะว่าสเปซ มันเลือกวันที่จะอัพเดทไม่ได้
จุดนี้แหละที่มันไม่โดนใจในบางครั้ง เพราะบางที เรื่องดีๆ ที่อยากจะบันทึกไว้เป็นความทรงจำ
กว่าจะบอกเล่า สิ่งเหล่านั้น ผ่านตัวหนังสือได้ทั้งหมด รวมกับเวลาที่ใช้ไป จากการเดินทาง และกิจกรรมต่างๆ
มันก็ทำให้ล่วงเลยเข้าสู่อีกวันไปซะแล้ว ทำให้เวลาบันทึก วันที่และเวลามันไม่ตรงกับที่ใจอยากให้เป็นเอาซะเลย
พิมพ์ไปเรื่อยๆ ชักจะยาวแฮะ วันนี้ พอแค่นี้ดีกว่า
พิมพ์เรื่อง diary online ก็เริ่มได้ความคิดดีๆ
หาเรื่องอัพเดทสเปซได้อีกเรื่อง นั่นก็คือ จุดเริ่มต้นของการเขียน diary online น่ะเอง
------------------------------------------------
to be continued...
June 10 เหตุเกิดจาก...ลาพักร้อน และงานที่มากมายเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำเรื่องลาพักร้อน เพื่อเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบตั้งแต่เช้าวันจันทร์
ลาไว้ สามวัน คือศุกร์ที่ผ่านมา กับ พฤหัส กะ ศุกร์ที่จะถึงนี้
ยื่นเรื่องลาไปวันจันทร์ ตอนบ่ายวันอังคาร ไปประชุมกะลูกค้า พร้อมหัวหน้า ได้งานมา 1 ชุดใหญ่
เลยต้องรีบทำ รีบจัดการ เพื่อเคลียร์งานให้เหลือน้อยที่สุด
บ่ายวันพฤหัส เคลียร์งานได้เกือบหมดแล้ว เหลือค้างแค่เรื่องเดียว ที่ต้องรอถามแลบ
เลยชิ่งกลับออฟฟิศ มาทำงานอย่างอื่นบ้าง
เย็นย่ำ วันพฤหัส ก่อนกลับบ้าน บอกลูกพี่ไว้ว่า ลาวันศุกร์ พี่แกแซวกลับมา ว่าไปหาเด็กหรอ??
งงเลยคับงานนี้ ใครปล่อยข่าวไรหว่า เด็กไหนฟระ ไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้สนใจไรมาก
เย็นวันศุกร์ นั่งปั่นงาน หลังจากอ่านหนังสือ และนั่งส่งเมล์หาแลบได้สักพัก
ลูกพี่ โทรมาแซว ว่าลางานไปดู จุนกิ มาหรองัย >>> งงหนักเลยทีนี้
เกี่ยวไรกะจุนกิหว่า แล้วจุนกิ มันทำไรหรอ ไม่รู้เรื่อง รู้ราว งง???
หลังจากหายงง ก็เริ่มเครียด ไม่อยู่ในออฟฟิศ สองวัน ใครปล่อยข่าวไรอีกป่าวเนี่ย
คราวที่แล้วอยู่ไซท์เกือบๆ ปี ก็มีคนปล่อยข่าวว่า เราจะลาออก
ข่าวลือ มันเกิดง่ายจริงๆ หนอ แล้วยิ่งเดี๋ยวนี่ นอกจากเกิดง่ายๆ แล้วมันยังกระจายเร็วอีกต่างหาก เฮ้อ เศร้าจาย!!!!!
May 23 เหตุเกิดจาก...มือถือสัปดาห์ที่แล้ว มีฤกษ์งาม ยามดี ได้ไปเทรน Remedy 7 ที่สิงคโปร์
ด้วยประสบการณ์คราวที่แล้ว (เมื่อ 2 ปีก่อน) ทำให้รู้ว่า ไม่จำเป็นต้องเปิด บริการ Roaming
เนื่องจากว่า แพง ไปซื้อซิมโทรสับ แบบเติมเงินใช้ดีกว่า ประหยัด คุ้มด้วย
เลยตัดขาดการติดต่อกับญาติมิตรที่เมืองไทย ตั้งแต่ 8 โมงเช้า วันอาทิตย์ที่ 13 จนถึง 4 ทุ่ม วันศุกร์ที่ 18
มีแค่ที่บ้าน ที่ติดต่อกันได้ หลังจากไปซื้อซิมโทรสับแล้ว ตอนไปถึงที่นู่น เพื่อโทรกลับมารายงานตัว
นอกนั้น ไม่ได้บอกใครไว้เลย ว่าไปไหน ยกเว้นนู๋มินท์ที่ได้คุยกัน วันก่อนหน้าที่เราจะไป 2-3 วัน
เพราะวันที่เราไป มิ้นท์ กลับจากออสเตรเลียพอดิบพอดี
และเนื่องด้วย สถานที่เทรน โลวเทค มากๆ ไม่มีเนตให้ใช้ เลยเหมือนกับถูกตัดขาดจากเพื่อนฝูงเข้าไปใหญ่
คืนวันพุธ โทรกลับมาคุยกะที่บ้าน แม่บอกว่า มิ้นท์โทรมาหา แม่เลยบอกไปว่าจะให้เราโทรกลับ
หลังจากวางสายกับที่บ้าน ก็ใช้ความเพียรพยายาม ในการโทรกลับ แต่โทรออกไม่ได้เลย สัญญาณโทรสับไม่ดีเท่าไหร่
เลยตัดใจเข้านอน เที่ยงวันพฤหัส-คืนวันพฤหัส-เที่ยงวันศุกร์ ยังพยายามโทรไป ไม่มีคนรับสาย
กว่าจะได้คุยกัน ก็ตอนไปถึง airport รอขึ้นเครื่องน่ะแหละ ถึงได้คุยกัน
และก็เลยทำให้เรารู้ว่า เพราะเราไม่ได้เปิด Roaming งานนี้เลยมีคนโดนวางยา ไป 3 ราย
เนื่องจากนู๋มิ้นท์ติดต่อเราไม่ได้ จึงโทรหาพี่ๆ เพื่อนๆ เพื่อสอบถามว่า เราเปลี่ยนเบอร์หรือเปล่า
กลับมา เราเลยได้โอกาสคุยกับพี่ๆ เพื่อนๆ ที่หายกันไปนาน เพราะเหตุฉะนี้แล หุหุ April 22 Me, Myselfเมื่อวาน ( 21 เมษา เพราะตอนนั่งอัพอยู่เนี่ย ตีหนึ่งกว่าๆ วันที่ 22 แล้ว)
ไปดูหนังเรื่อง Me,Myself กะ ยุ้ย ก๋อง แล้วก็พี่แมว
เป็นหนังดีเรื่องนึง สำหรับคนที่ชอบดูหนังรักโรแมนติก
และนั่นคือเหตุผลแรกที่ทำให้อยากดูหนังเรื่องนี้
เหตุผลที่สองที่ทำให้อยากดูมากๆ ก็เพราะเนื้อเรื่อง ที่ว่าพระเอก เป็นเกย์
เลยอยากรู้ว่า แล้วเค้ามารักกับนางเอกได้งัย สุดท้ายจะลงเอยยังไง
ไปดูมาแล้ว ก็ไม่ผิดหวัง เรื่องดำเนินไปได้ดีทีเดียว
ตอนขำๆ ก็ฮาสาด ตอนซึ้งๆ ก็หวาน น่ารักซะ
ตอนเศร้า ก็ทำเอาน้ำตาซึมได้จริงๆ
สรุปแล้ว ได้ใจไปพอสมควร เป็นหนังอีกเรื่องที่โดน
แต่รองจาก เรื่อง เพื่อนสนิท อันนั้นโดนสุดแล้ว
เพลงประกอบหนัง ก็โดน แต่ไม่ใช่เพิ่งมาโดนตอนนี้นะ
โดนมานานแล้ว เพราะเพลงมันก็ออกมานานพอสมควรแล้ว
จำได้ว่า ตอนได้เพลงนี้มา ฟังมันอยู่นั่นแหละ ไม่รู้จักเบื่อ
เพราะเนื้อหาเพลง มันโดนกับตัวเอง ตอนนั้น แม้จะแค่บางท่อน
ตอนนี้กลับมาฟังอีกที ดนตรี ก็เพราะมากมาย
ดูหนังแล้ว ก็ย้อนมาสำรวจตัวเอง ตามคำโบราณ
ช่วงนี้ ชีวิตเรียบๆ เรื่อยๆ แต่บางทีแอบบ้า คิดไรเรื่อยเปื่อย
หนึ่งในความคิดเหล่านั้น คือความตั้งใจ ที่จะบอกอะไรบางอย่าง กับใครบางคน
แล้วความคิดดีๆ มันก็แวบเข้ามา ตอนดูหนังเสร็จเนี่ยแหละ
แต่ไม่รู้เมื่อไหร่ จะได้ทำให้มันเป็นจริง โอกาสดีๆ จะมีมารึป่าวนะ
คำพูดมากมาย ที่อยากบอก อยากเอ่ย
ตอนนี้ คงได้แค่สื่อสารออกมา ผ่านเพลงบางเพลง บนชื่อ MSN แค่นั้น
=========================================
~
วันนี้ คงบอกได้เพียงเท่านี้ จริงๆ April 10 ทริปเกาะช้าง กะอาการขาเดี้ยงวันหยุดยาวสามวันที่ผ่านมา ไปเที่ยวเกาะช้างกะพี่ยุ้ย
ลัลล๊า กะทะเล ที่ไม่ได้ไปสัมผัสมาแรมปี
เล่นเอาตัวดำกลับบ้านกันเลยทีเดียว
ทริปครั้งนี้ ถามว่าสนุกมั้ย ก็พอไหว
แต่ไม่โดนใจเท่าไหร่ เหอๆ อย่างว่าแหละ คนเยอะ ก็เป็นแบบนี้
ตกลงกับพี่ยุ้ยไว้แล้ว ว่าคราวหน้า ไปทัวร์ดีกว่า น่าจะเวิร์คกว่านี้
===============================
การเดินทางครั้งนี้ ไปด้วยรถส่วนตัว ของเพื่อนพี่ยุ้ย
เริ่มออกเดืนทางจากกรุงเทพ ตอนเที่ยงคืน
กะเวลาไว้ที่ห้าชั่วโมงถึง ตราด
แต่จากการสอบถาม หลายๆคนที่เคยไป บอกว่าไม่น่าถึง
แต่มันก็ถึง เนื่องจากขับด้วยความเร็วไม่สูงนัก
หลับๆ ตื่นๆ ตลอดทาง แต่หลับซะส่วนใหญ่
ถึงตราด ตีห้านิดๆ แวะตลาด เพื่อซื้อของสดไว้ไปกินบนเกาะ
จากนั้นก็มุ่งตรงสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ นึกสภาพก่อนไป ว่ามันคงหรู
แต่ผิดคาดแฮะ ไม่หรูอย่างที่คิดไว้ สภาพเป็นไงไว้จะหารูปมาให้ดู เพราะไม่ได้ถ่ายไว้
รอข้ามเรือนานพอประมาณ ขึ้นเรือได้ ก็เลยหนีขึ้นไปนั่งอยู่ด้านบนเรือ กับพี่ยุ้ยสองคน
จนใกล้ถึงเกาะ ค่อยลงมาขึ้นรถ เตรียมไปต่อ
ขับไปไม่นาน ก็ถึงรีสอร์ท ที่มาพัก ชื่อ บ้านแม่รีสอร์ท
เก็บข้าวของ แล้วก็หาของกินเพิ่มพลัง เพราะกองทัพเดินด้วยท้อง
อิ่มแล้ว ก้อหลับเอาแรงกันสักพัก
ตื่นมาอาบน้ำอาบท่า แล้วก็ลุยเที่ยวกัน
ที่รีสอร์ทมีเรือคายัคไว้ให้พายเล่น
ก้อเลยวางแผน พายเรือเล่นกัน
พรรคพวกส่วนใหญ่ลงความเห็นให้พายข้ามเกาะ
ตอนแรกก็ไปใกล้ๆ เอาวะ พอไหว
พลังหญิงสองคน พายกับพี่ยุ้ย ผลัดกันจ้ำ ผลัดกันแจว
ไปถึงเกาะแรก มีน้องหมา มาเห่าต้อนรับ
เมียงๆ มองๆดูแล้ว ไม่มีอะไรเท่าไหร่
เลยตัดสินใจ พายกันต่อไปที่เกาะทรายขาว ที่มองเห็นไม่ไกลนักจากบ้านพัก
จังหวะที่ลากเรือลงน้ำ ดันไปเหยียบเอาเปลือกหอยกะเศษหินใต้น้ำเข้าซะ
เล่นเอา TeeN เหวอะ เลยอะ หนังเปิดเลือดไหล แต่ดูเหมือนไม่ลึกมากเลยพายต่อ
เกาะทรายขาว ที่มองเห็นไม่ไกลนักจากบ้านพัก แต่พอพายเข้าจริงๆ แม่เจ้า ไกลเหมือนกันว่ะ
แถมทะเล เริ่มมีคลื่น พายยากโคตร แต่ถึงไหนถึงกัน
ด้วยความบ้าระห่ำ ของสมาชิกที่มี สุดท้ายก็ไปถึง
หาดสวยดี ทรายขาว แต่ว่าน่าเสียดายไม่มีใครพกกล้องไปสักคน
เพื่อนๆ วิ่งลงน้ำกันไปหลายคน แต่เราไม่ลง แบบว่าเจ็บตีน
ยืนดูซักพัก มีเรือจากรีสอร์ท มาเทียบ
แอบเห็นเค้ามีกล้องถ่ายรูป เลยส่งหน่วยกล้าตายไปทาบทาม
ให้พี่เค้ามาถ่ายให้ แบบว่ายืมทั้งกล้อง ทั้งตากล้องเลย
เลยได้รูปหมู่กลับมา กี่รูปอันนี้ไม่แน่ใจ จำไม่ได้แล้ว
เล่นน้ำได้สีกพัก ก้อจ้ำกลับมาที่รีสอร์ท
แบบว่าเห็นระยะทางแล้ว ท้อใจ ไกลมาก เมื่อยด้วย
แต่ก้อนะ ต้องพายจนถึงรีสอร์ทอยู่ดี
กลับถึงรีสอร์ท แทบหมดสภาพ อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า
แล้วค่อยมาช่วยเค้าทำอาหารเย็น
ทำไรไม่เป็น เลยได้แค่ปอกสับปะรด
ขนาดปอกสับปะรด ยังไม่เป็นสับปะรดเลยอะ
จะบอกว่า จริงๆ แล้วไม่เคยปอก เคยแต่เห็นพ่อค้าแม่ค้าเค้าทำ
เลยลองมั่วๆดู แต่มันก็กินได้อะนะ แม้ว่าอาจจะดูฉ่ำไปนิด เหอๆ
อาหารเย็น เยอะมากๆ กินจนอิ่ม
อิ่มกันแล้ว ก็มีกิจกรรม หลังอาหาร คือ คาราโอเกะ กะคิดเลข
แต่ว่า พออิ่มแล้ว ก็เริ่มง่วง เลยขอเป็นคนดูอย่างเดียวดีก่า
ดูไปดูมาสักพัก นอนดีกว่าตรู ง่วงมั่กๆ
และแล้วก้อหลับไป แต่หลังจากพี่ยุ้ยนอนไปแล้ว อิอิ
==========================
เช้าวันที่สองตื่นมา ก็ประเดิมกันด้วยการถ่ายรูป
ทริปนี้ มีนางแบบ นายแบบเยอะ เราเลยขอเป็นตากล้องอย่างเดียว
ถ่ายรูปไปเรื่อย รอบๆรีสอร์ท เสร็จแล้วก็หนีไปอาบน้ำ
ก่อนจะมากินข้าวเช้า ซึ่งก้อคือ ข้าวต้มปลาอินทรีย์
กินเสร็จ ก้อออกเดินทาง
แผนการวันที่สองคือ ขับรถรอบเกาะแล้วไปเล่นน้ำที่หาดทรายขาว
แต่ก่อนหน้านั้น ไปแวะรายทาง จนเที่ยง หาข้าวกิน
เลยกินอาหารตามสั่ง สั่งกะเพราไก่ ไข่ดาว เพราะขี้เกียจคิด เอาตามพี่ยุ้ย
รอไม่นานก้อได้ แต่พอตักเข้าปากคำแรก เล่นเอาเอ๋อ
ปกติเคยเจอแต่ผัดกะเพราเค็มๆ มาที่นี่ ดันเจอผัดกะเพราหวาน
หวานมากๆ หวานขนาดที่ว่าใส่น้ำปลาไปหลายช้อน ยังไม่เค็ม
กินข้าวเสร็จก้อไปดู ฝรั่งอาบแดด กะเล่นน้ำไปรอบนึงที่ nature beach
เล่นจนฝนตก เลยขึ้นรถ จะกลับ แต่แล้วก้อมีคนนำพาไปเล่นน้ำต่อที่หาดทรายขาวจนได้
เล่นไปนาน จนฟ้าเริ่มครึ้ม คราวนี้ฝนตั้งเค้าว่าจะตกหนัก เลยตัดสินใจกลับกันจริงๆซะที
ตอนแรกว่าจะหาข้าวกินก่อนค่อยกลับ แต่แล้วก็มีคนบอกว่าให้ซื้อกลับไปกินดีกว่า
ก้อเลยแบ่งกลุ่มกัน สั่งข้าวกลุ่มนึง กลับไปอาบน้ำก่อนอีกกลุ่มนึง
เรากลับมาอาบน้ำก่อน อาบเสร็จแล้ว ก้อนั่งเล่นรอ
สักพัก อาหารก็มา คราวนี้สั่งข้าวผัดกุ้ง เอาแบบง่ายๆ รสชาดโอเคอยู่
แต่เพื่อนพี่ยุ้ย สั่งแกงจืดมา แต่ได้แกงหวานแทนซะงั้นเลย
เหอๆ กินเสร็จ ก้อเข้าสู่วงจรเดิม
กิจกรรมยามค่ำคืน คาราโอเกะ กะดริงค์
ร้องเกะไปสักพัก ไอ่กิฟ ก้อหลับก่อนเลย แบบว่าเพลีย
เล่นน้ำตั้งแต่บ่ายกว่าๆ ยันหกโมง ตัวดำเมี่ยมเลย
================================
ตื่นมาวันที่สาม ด้วยความคะนอง ของเหล่าวัยรุ่น(น้อยแล้ว)
กะภารกิจ พายเรือคายัคไปหาดไหนสักหาด ที่มีคนบอกมา
แต่เรา ตื่นมา มองฟ้า มองคลื่น มองทะเล
ก็ให้รู้สึกว่า ไม่น่าเสี่ยงไปไหนสักเท่าไหร่
คลื่นซัดเข้าฝั่งแรง แต่กลางทะเลน้ำนิ่งๆ ฟ้าครึ้ม
น่ากลัวจะมีพายุ แต่ในเมื่อเสียงส่วนใหญ่จะไป
ก้อเลยต้องไปด้วย แถมเสี่ยงดวงพกกล้องไปอีก
พายตามๆ กันไป แบบไร้จุดหมายปลายทาง
ดูท่าทางทะเล เริ่มไม่น่าไว้ใจ ไปได้เลยเกาะแรกไปนิดเดียว
ฝนก้อลงเม็ด แต่พรรคพวกยังใจเย็น พายกลับมาถ่ายรูปที่เกาะแรกที่ผ่านไป
ถ่ายรูปได้สักพัก ฝนหยุด มีคนออกไอเดีย บรรเจิด ให้ไปเกาะทรายขาวที่ไปวันแรก
แอบนึกในใจ แมร่ง ไม่เหนื่อยกันรึไงวะ กรูเหนื่อยนะเฟ้ย
แต่ก้อไป ด้วยใจตุ๊มๆ ต่อมๆ จะเจอพายุป่าวก้อไม่รู้
ไปถึง กะลังจะถ่ายรูป ก้อมีเรือ สปีดโบท ที่รีสอร์ท มารับคน
มีแนวหน้า ไปเจรจา ขอให้ลากกลับไปด้วย
จะรีบถ่ายเพื่อกลับไปพร้อมกัน ก้อไม่ทัน
แต่พี่คนขับเรือ ใจดี บอกว่า เด๋วจะกลับมารับอีกที
ก้อเลยได้ถ่ายรูปกันเปรมปรีดิ์เลย
ถ่ายกันจนเมมเต็มไปสองกล้อง กับแบตหมดไปอีกหนึ่งกล้อง
ก้อเลยตัดสินใจจะพายกลับรีสอร์ท ก้อพอดี เริอกลับมารับพอดี
สบายไป ไม่ต้องออกแรงวิดน้ำ กลับเข้าฝั่ง
แต่ว่าเนื่องจากน้ำลง เริอเข้าไม่ได้ เลยต้องลงเรือเล็กต่อ
แต่ก้อยังติดอยู่ดี สุดท้าย เลยลงเดินลุยเลนกลับมาแทน
ขึ้นบ้านได้ก้ออาบน้ำเก็บของ เตรียมกลับบ้าน
แต่เนื่องด้วยสมาชิกมีเยอะ เลยใช้เวลานาน
แถมมีการถ่ายรูปกันอีก กว่าจะได้ออกจากรีสอร์ท ก้อเลยได้กินข้าวเที่ยงไปอีกมื้อ
==================================
ขับออกจากรีสอร์ท บ่ายโมงสิบห้า มาถึงท่าเรือเฉียดๆ บ่ายสอง
แต่กว่าจะได้ลงเรือ ปาไปห้าโมงกว่า ข้ามฟากกลับมาถึงฝั่ง ก้อหกโมงเล็กน้อย
ขับมาได้ระยะนึง แวะปั๊ม เติมน้ำมัน เข้าห้องน้ำกัน
เราเลยถือโอกาสหาของกิน เติมพลังไปด้วย
ก้อมีการตกลงว่าจะไปหาไรกิน ตอนเข้าเมืองจันท์แล้ว
พอไปถึงเมืองจันท์ขับตามผู้นำไปซักพัก เริ่มเอะใจ
ทำไม มันเข้าไปลึกจังฟระ คุยๆกันเล่นๆว่า ไม่ใช่มันพาไปสุดทางท่าน้ำนะ
แล้วมันก้อเปนจริง คนหาที่กิน ช่างสรรหาซะ แบบว่า พูดไม่ออก
ถ้าขึ้นฝั่งมาซักบ่ายๆเย็นๆ จะไม่ว่าเลย ที่พาไปไกลขนาดนั้น
และแล้วก้อเกิดเหตุ รถที่เราไปเกิดปัญหาขึ้นซะงั้น
เลยตกลงกันว่า ไม่กินดีกว่า ตีรถยาวกลับกรุงเทพ น่าจะดีกว่า
กลัวว่าจอดรถ กินข้าวแล้วจะไม่ได้กลับ
สุดท้าย ด้วยความสามารถของคนขับ
ก้อพาให้เรามาถึงกรุงเทพได้ก่อนเที่ยงคืน ได้กลับบ้านอย่างสบายใจ
====================================
กลับถึงบ้าน อย่างปลอดภัย เที่ยงคืนพอดี แต่แอบหมดสภาพเล็กน้อย
เพราะขาเดี้ยง เนื่องจากแผลที่ตีน มันอยู่กลางฝ่าเท้าพอดี
จะเดินที่ก้อต้องเกร็ง ไม่ให้ลงน้ำหนักมากไปกลัวอักเสบ
สุดท้ายเลยปวดขาแทน คงได้เดินเป็นไอเป๋ ไปอีกหลายวัน
คุยกะพี่ยุ้ยเมื่อตอนเย็น ได้ความว่า บรรดาสมาชิก ที่แวะกินข้าวกันนั้น
ถึงกรุงเทพตอนตีสาม เหอๆๆ ไม่อยากจะคิดเลย ว่าถ้าไปกินด้วยเนี่ย จะเปนไง
=====================================
รูป ยังไม่ได้โพรเซสเลย แถมยังมีรูปในกล้องคนอื่นๆ อีก
รอว่างๆ จะเอาขึ้นไปบางส่วนที่มีอยู่ก่อน ซึ่งแน่นอนว่ามีรูปเราไม่ถึง 10% อิอิ
March 30 !!!! ฮือๆๆๆๆ ปตท ทำกรูด้ายยยยยยยยย !!!วันนี้ตอนเช้า พี่ยุ้ย เอ็มมาถามเรื่องแก้ปัญหาคอม
เพราะพี่แกสงสัยว่าจะติดมาจากไซต์ลูกค้า
ก้อเลยได้คุยกันสักพัก เพราะเราก็เคยโดนมาเหมือนกัน
ตอนบ่าย ต้องเข้าไป support ที่ PTTICT
แก้ปัญหา คุยกันไปได้สักพัก ต้องเอาไฟล๋ Log จากเครื่องลูกค้า
ให้เค้าส่งเมล์มา แต่เนต ก็เต่าซะ โหลดไม่ได้
เลยเปลี่ยนใจ ให้เค้าเอาใส่ handydrive มา
พอได้มา ด้วยความมึนๆ รีบๆ ก็เสียบเลย
เครื่องมันก็ฟ้องว่ามีโปรแกรมตัวนึง จะทำงาน
ให้เลือก Allow หรือ Deny ด้วยความรีบ + มือไวจัด
ไม่ทันสังเกตดีๆ กด Allow ไป เรียบร้อยเลยคับท่าน งานนี้
โดนไวรัสเข้าไปเต็มๆ ปกติเครื่องก้ออืดอยู่แล้วอ่ะนะ
คราวนี้ งานการก็ไม่ต้องทำกัน เหอๆๆ
เปิด task bar ก้อไม่ได้ Folder Option ก้อหายไป
ซวย ship หายเลย บ่นๆ ตอนเช้า ตอนบ่ายโดนเข้าไปซะงั้น
ไม่โทษใคร ผิดที่ตัวเอง ไม่ระวังให้ดี รู้ทั้งรู้ว่า เครื่องน้อง Admin คนนั้นไวรัสเยอะแค่ไหน
แถม handydrive น้องก้อมีไวรัส คราวที่แล้วก็เกือบโดนมา ดีที่คราวนั้น ไม่รีบเลยรอด
คราวนี้อุตส่าห์ระวังไม่เอา handydrive น้องมาเสียบ
เอาของตัวเองให้ไปใช้ เลยได้ของแถมกลับเลยตรู
ไป support ให้ตั้งนานสองนาน เสียเวลาเดินทาง
แล้วยังดันเอาไวรัสมาให้ดูต่างหน้าอีกต่างหาก เซ็งเลย
ทำงานเป็นฝ่ายไอที แต่ไวรัสในเครื่อง ในระบบมีเพียบ ดันไม่รู้ตัวซะอย่างงั้น
กลับมาเลยต้องมานั่งหาตัวแก้ไวรัสอีก จะฟอร์แมท ก็นะ ยังไม่อยากทำ
ข้อมูลเต็มเครื่องเลย (หนังทั้งน้าน)
เลยตัดสินใจลอง restore ก่อนระหว่างหาตัวแก้ เผื่อจะหาย
หาตัวแก้ได้ ก็ restore เสร็จพอดี เช็คดู มันก้อหายนะ
แต่หายขาดป่าวก้อไม่รู้ ไม่น่าไว้ใจ เด๋วเอาตัวแก้ไปลงอีกที
แล้วค่อยเคลียร์เครื่อง ฟอร์แมทไปซะเลย เหอๆๆๆๆ March 22 นี่แหละคือความเสียใจเพลงในอัลบั้มใหม่ของโปเตโต้ เพราะดี ชอบเนื้อหาเพลง มันโดนใจอย่างบอกไม่ถูก ชอบตั้งแต่ได้ฟังครั้งแรก ไม่รู้เพราะอะไรเหมือนกัน ทั้งๆ ที่มันก็ไม่ได้เหมือนกับชีวิตเราสักเท่าไหร่ แต่ที่โดนสุด ก็คงต้องเป็น ท่อนก่อนที่จะเข้าท่อนฮุคแรกของเพลงละมั้ง "สิ่งใดที่เคยได้เจอ กลายเป็นแค่เพียง เรื่องเล็กน้อยไปในพริบตา เสียงของเธอที่ร่ำลา สอนให้รู้ว่า อย่าไปจำความช้ำที่มี" โดนตรงประโยคสุดท้ายเนี่ยแหละ เพราะคุ้นๆ ว่าเคยอ่านเจอ หรือมีคนพูดให้ฟัง ว่าเรื่องราวบางเรื่องที่มันผ่านไปแล้วนั้น เรื่องบางเรื่องที่เราอยากลืม ในความเป็นจริง มักจะทำกันไม่ได้ ก็แล้วทำไม ถึงไม่เลือกที่จะจำแทน เลือกจำแต่สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลาที่ผ่านไป เลือกที่จะจำ เฉพาะช่วงเวลา ที่ไม่ทำให้เราทุกข์จนเกินไปนัก แล้วเราก็จะมีความสุขกับชีวิต ที่แม้ว่าจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้เข้าขั้นวิกฤตซะทีเดียว February 26 อันเนื่องมาจากเนื่องจากมีเพื่อนรัก(แต่ไม่หักเหลี่ยมโหด) อย่างนู๋เมย มาถามเรื่อง Friend Lists ที่มี
ว่าทำไม ไม่มีรูปนู๋เมย แล้วตำแหน่งเดิมที่อยู่ ก็เหมือนว่า จะเห็นไม่ครบทุกคนที่แอดไว้ ก้อเลยเข้าไปดูซะหน่อย
........................
........................
........................
ดูแล้วก็ได้คำตอบว่า ก็ยังไม่ได้แอดไปนี่นา ที่มีๆ เห็นๆ อยู่นั่นอ่ะ ชาวบ้านเค้าแอดมาซะเป็นส่วนใหญ่
ที่เราแอดไป มีอยู่ไม่กี่คนเท่านั้นเองแหละ แล้วก็เลยจัดการ จับมันย้ายตำแหน่งกับ Photos ไปซะ
เพราะไม่มีรูปไรให้อัพมานาน (รอเก็บตังค์ซื้อกล้องของตัวเองอยู่)
หลังจับมันย้ายเรียบร้อย ก็เลยเข้าไปแอดเพื่อนๆ เข้า List ซะ
แต่ว่า ไม่ได้แอดแค่ นู๋เมย คนเดียว เพราะแอดไปซะหลายคนเลย ทั้งเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ
ก็ไม่รู้ จะมีใคร accept กลับมาม่างป่าวอะนะ อิอิ
.................................................................................................................................
.................................................................................................................................
เดือนแห่งความรัก กำลังจะพ้นผ่าน แต่ว่าความรักในใจ มันยังมีอยู่เต็มเปี่ยม ไม่ได้จางหายไปไหนเลย
กำลังจะหมดเดือน ก็หมายความว่า กำลังจะมีตังค์ให้ผลาญ (เงินเดือนตัวเอง)
และก็อีกเรื่อง ผ่านพ้นไปแล้ว หนึ่งปี กับชีวิตนักศึกษา ป.โท เร็วเหมือนกันแฮะ
เทอมที่ผ่านไป มีรายงานเยอะเหมือนกัน ทำกันเกือบทุกอาทิตย์
รายงานสุดท้าย ทำแล้วได้อารมณ์ได้ใจ เหมือนนั่งทำโปรเจคท์ตอนก่อนจบ ปีสี่ มากๆ
เพราะนั่งทำกัน ตั้งแต่ 9 โมงเช้านิดๆ ยันเกือบเที่ยงคืน
แล้วก็ไม่ได้เป็นแค่กลุ่มเรากลุ่มเดียว ชาวบ้านเค้าก็อยู่กันแบบนี้
บางกลุ่มหนักกว่าด้วยซ้ำ อยู่ทำกันจนสว่างคาตา แล้วค่อยกลับบ้านนอนกัน
ก่อนจะกลับมาพรีเซนต์กันตอนบ่ายโมง
พรีเซนต์จบ ก็แยกย้ายกันกลับ บ้านใครบ้านมัน
หมดไปอีกหนึ่งเทอม ตอนนี้ก็รอลุ้นเกรดเท่านั้นล่ะ
ว่าแล้วก็ อยากไปเที่ยวทะเล หลังจากไม่ได้เห็นทะเลมานานหลายเดือน
ตั้งแต่ไปรับน้องห้อง ตอนเดือนสิงหา ปีที่ผ่านมา
หลังจากนั้นมา ชีวิตก็วนเวียนอยู่กับการงาน โปรเจคท์ ที่(เกือบจะ)ไม่จบไม่สิ้น
แล้วก็การเรียน ที่ตอนแรก นึกว่าจะง่าย แต่ยากบรรลัยเลย หุหุ
................................................................
รับสมัครแนวร่วม ไปผจญภัยแถวๆชายทะเล ไปสักสอง-สามวัน คงกำลังดี
.................................................................
พิมพ์เสร็จ มานั่งอ่าน ไล่ตั้งแต่ข้างบนลงมา
และแล้ว มันก็เป็นบล็อกกลายพันธุ์ อีกจนได้
ไม่เคยเขียนอะไร ได้เป็นเรื่องเป็นราวเดียวกันได้เลยสักครั้งเรา -__-"
February 14 いつも あいしてるItsumo, Aishiteru. That's the word I want to say to someone on this day. วันวาเลนไทน์กะลังจะผ่านไปแล้ว แม้ปีนี้ จะไม่มีใคร (ก็ไม่เคยมีอยู่แล้ว) แต่ก็ไม่ได้เหงาใจเท่าไหร่นัก อ่านหนังสือแบบชิวๆ มากๆเลย ไม่รู้เพราะอะไร อ่านหนังสือไป ดูทัวีไป เปิดไปเจอเรื่อง เพื่อนสนิท ก็เลยนั่งดูไปเรื่อยจนจบเรื่อง |
|
|